madiFESTO?
คือ เทศกาลนิทรรศการงานสื่อ/ศิลปะ/วัฒนธรรมชนิดหนึ่ง ซึ่งมีตำแหน่งแห่งที่อยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยจัดโดย Media Arts and Design คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่ เริ่มต้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2552 และจัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปีโดยเป็นการจัดแสดง
งานสื่อศิลปะที่มุ่งเน้นการทำความเข้าใจ รวมทั้งวิพากษ์ในประเด็นเรื่องราวรอบตัวอันสลับ
ซับซ้อนหลากหลายมิติทั้งมองเห็นและมองไม่เห็น ที่เป็นประโยชน์หรือเป็นปัญหาในสังคม
ด้วยสายตาที่ไม่ได้ผูกยึดอยู่กับกรอบชุดความรู้หรือเทคนิคการนำเสนอใดเป็นการเฉพาะ
แต่ผสมผสานความรู้ความเข้าใจ ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ การเมือง เศรษฐกิจ และ
สังคม เพื่อสร้างสรรค์งานสื่อ/ศิลปะรูปแบบต่างๆ ในฐานะกิจกรรมทางวัฒนธรรมอย่าง
สัมพันธ์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมสาธารณะและปัจเจกชนด้วยความร่วมมือ จาก
นักวิชาการ นักวัฒนธรรม ศิลปิน นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ นักศึกษา อาจารย์ ประชาชน
พลเมือง สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ฯลฯ
เทศกาล madiFESTO กลับมาอีกครั้งในปีนี้ กับโครงงาน “FALL” ว่าด้วยการไต่สวน
ถามไถ่ ละเมอหา เชิงวิพากษ์ ถึงความล้มเหลว ความผิดพลาด ความตอแหล และความจริง
ทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม ทั้งในปัจจุบัน อดีต และอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้ง
และความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมร่วมสมัย ด้วยรูปแบบ วิธีการ และท่าทีที่
หลากหลายเช่นเคย โดยครั้งนี้นอกจากการจัดแสดงผลงานภายในรั้วหอศิลป์แล้วยังขยาย
พื้นที่การแสดงผลงานไปสู่พื้นที่ข้างนอก รวมถึงเคลื่อนย้ายไหลเวียนอย่างไม่มีพื้นที่และ
เวลาเป็นการเฉพาะทั้งสาธารณะ และไม่สาธารณะ ปฏิบัติการตามที่ต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่
เทศกาลนี้อาจไม่ใช่เทศกาลสื่อศิลปะที่เลวร้ายหรือเฮงซวยที่สุด ทุบ รื้อ ทำลาย ล้าง หรือ
วิพากษ์ ทุกอย่างที่ขวางหน้า อย่างหน้ามืด แต่เป็นความพยายามในการสร้างสรรค์ทาง
ศิลปวัฒนธรรมเพื่อแสดงออกถึงกระบวนการ กิจกรรม และการทดลองซึ่งสะท้อน
ความคิดเห็น ปัญหา ข้อเสนอ ต่อสิ่งต่างๆ ที่เป็นผลมากจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ความรู้ วัฒนธรรม และแรงเสียดทานระหว่างความจริง
และความเชื่อที่แตกต่างลื่นไหลของชีวิตและสังคมร่วมสมัย
“FALL”
ในฐานะพลเมืองยุคโลกสมัยใหม่ที่เติบโตและอาศัยอยู่ในสังคมที่เรียกร้องและเน้นความสามัคคี
กับหน้าที่อย่างล้นปรี่ตั้งแต่เกิดจนตาย สังคมที่ไม่อนุญาต และไม่มีความอดทน ให้กับการโต้แย้ง การเรียกร้อง และการแสวงหาความจริง สังคมที่ขลาดกลัวความขัดแย้ง และจัดการความขัดแย้ง
ไม่ค่อยเป็น สังคมที่ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องพื้นฐานในสังคมประชาธิปไตย(?) สังคมที่เน้นยํ้าศีลธรรมส่วนบุคคล และการปลุกจิตสำนึกอย่างทะลักทลายอันเป็นคุณสมบัติอันจำเป็นของ "ผู้อาศัย" ที่สังกัดขึ้นตรงต่อ "เจ้าของ" ผู้มีอำนาจควบบารมีในความสัมพันธ์แนวดิ่ง มากกว่าสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคซึ่งเป็นคุณสมบัติอันจำเป็นของปัจเจกชนและสังคม....
เราพอจะสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง? หรือไม่?
การสร้างสรรค์คงมิใช่เพียงความพยายามสร้างและผลิตความคิดหรือเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สังคมและชีวิตดีขึ้นเพียงเท่านั้น แต่การเรียนรู้และพยายามทำความเข้าใจถึงความสลับซับซ้อน เงื่อนไขข้อจำกัด และสภาวะของการเปลี่ยนแปลงซ้อนทับในมิติต่างๆ ของสังคม การเมือง และวัฒนธรรม ที่ปฏิบัติการอยู่ทุกอณูของปรากฏการณ์ในระดับชีวิตประจำวันและอุดมการณ์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรกระทำควบคู่กันไปด้วย ฉะนั้นการวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจึงจำเป็นอย่างยิ่งแม้บางครั้งอาจกลายเป็นความขัดแย้ง แต่ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาในโลกเสรีที่เชื่อและเคารพในสติปัญญา ความสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ของมนุษย์
อันจะนำพาไปสู่โลกที่ดีกว่าเดิม มิใช่หรือ? และถ้าไม่ใช่? เราจะเปลี่ยนแปลงปัจจุบันไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอย่างไร?
สภาวะแห่งการ สะดุด ล้ม ตกลง สูญเสีย ร่วงหล่น พังทลาย ลดลง เสื่อมสลาย ของธรรมชาติ
ที่เปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวคือความจริงที่ไม่เปลี่ยนไป นั่นเป็นสิ่งที่ควรตระหนักความ
คลางแคลงต่อสิ่งที่เผชิญไม่ว่าสิ่งนั้นจะเลวทราม อัปมงคล หรือดีงาม สูงส่ง ศักดิ์สิทธิ์ เจ็บปวด หรือสวยงาม เพียงใด น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสร้างสรรค์ทางหนึ่ง
การเปิดโอกาสในการแสดงออกถึงความจริงอันแตกต่างหลากหลาย และการแยกแยะให้เห็นถึงความลักลั่น ขัดแย้ง บิดเบือน ในมิติต่างๆ ทะลุกรอบ กับดักต่างๆ คลี่คลาย ถอดชั้น ถึงสาเหตุและเงื่อนไขของปัญหา จะช่วยเปิดพื้นที่ของการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงคนกลุ่มเดิม
แต่หมายถึงการยอมรับมนุษย์กลุ่มอื่นๆ ที่ล่องหนเป็นปีศาจ หรือถูกกดขี่ ให้ได้รับโอกาสมีชีวิต
ในฐานะมนุษย์ ที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียม และพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าร่วมกันได้
ท่ามกลางกระบวนการลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างสุดขีด เราดำรงความเป็นมนุษย์อยู่ได้ด้วยวิธีการอย่างไร? เราจะเงียบต่อความเลวร้ายและโง่เขลาที่เกิดขึ้น หลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร จนกว่าจะตายแล้วเกิดใหม่ อย่างนั้นหรือ?
รสนิยมสร้างสรรค์ กับ ชีวิตที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน